Author: Panya Visetkaew
-

เคล็ดลับที่ทำให้ Apple เป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก
Apple เป็นบริษัทที่มีมูลค่าอยู่ที่ 3.580 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ณ วันที่ 12 มกราคม 2568) ซึ่งนับว่าเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับหนึ่งของโลกมาหลายปีติดต่อกัน ถ้าจะพูดถึงความสำเร็จของบริษัท Apple ก็คงมีอยู่หลายๆ ประเด็น ประเด็นแรกๆ ก็อาจจะเป็นเพราะ Apple มีนวัตกรรมต่อเนื่องและต่อยอดในไลน์สินค้าเดิม จึงทำ Apple ประสบความสำเร็จในการขายสินค้าได้อย่างต่อเนื่องจนถึงในปัจจุบัน หลายคนคงรู้จักสินค้าจากบริษัท Apple อย่างดี เช่น iPhone, iPad, Macbook, AirPods, Apple TV รวมถึงการบริการดิจิทัลอย่างเช่น iTune, App Store, Apple Music และอื่นๆ อีกมากมาย คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า Apple ได้เปลี่ยนวงการมือถือจากปุ่มกดเป็นแบบสัมผัส (touch screen) และเปลี่ยนคอมพิวเตอร์แบบอินเทอร์เฟซบรรทัดคำสั่ง (command line) ให้เป็นแบบ user interface โดยทำให้คนทั่วโลกสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย หรือแม้กระทั่ง iPod (ที่เลิกผลิตไปแล้ว) ได้เปลี่ยนแนวคิดของคนในการฟังเพลงโดยรวม…
-

คำเตือน ! อย่าลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี
ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบความเสี่ยง ชอบลุ้นว่าการลงทุนจะได้กำไรรหรือขาดทุนมากน้อยเพียงใด จนกระทั่งผมได้ยินการลงทุนในเคริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrency) คริปโทเป็นการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (blockchain) ที่ไม่มีหน่วยงานใดเป็นศูนย์กลาง กล่าวคือ ไม่มีการควบคุมการซื้อ-ขาย ไม่มีการตรวจสอบ และไม่มีกฎหมายบังคับใช้ หรือเรียกได้ว่าไม่มีอะไรรองรับเลย โดยที่ทุกอย่างอยู่บนความเชื่อที่ว่าการซื้อ-ขายคริปโทจะไม่สามารถถูกแทรกแซงได้ โดยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งทำให้การโกงนั้นเป็นไปได้ยากมาก เนื่องจากเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้คริปโทมีจุดอ่อน เพราะการที่มูลค่าเหรียญคริปโทจะขึ้นหรือลงได้ตามอำเภอใจ มูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์โดยเฉลี่ยแล้วมักจะขึ้นลงไม่ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน แต่ในโลกของคริปโตไม่ได้เป็นเช่นนั้น มูลค่าของคริปโทอาจจะขึ้นลงได้ 70% – 1000% ก็เป็นไปได้ การขึ้นลงดังกล่าวอาจจะไม่ได้มาจากผลประกอบการของเหรียญนั้นๆ แต่อาจจะมาจากข่าวลือของบุคคลสำคัญที่ให้การสนับสนุนเหรียญนั้นๆ ก็ได้ ดังนั้น ข่าวเกี่ยวกับคริปโทโดยส่วนใหญ่มักเป็นข่าวลือ เป็นสิ่งหลอกลวง เชื่อถือไม่ค่อยได้ โดยหวังว่าคนจะเชื่อและทำให้เหรียญดังกล่าวนั้นขึ้น-ลงได้ และแน่นอนที่สุดคนที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดก็คือเจ้าของเหรียญนั้นๆ นักลงทุนทั่วไปจึงไม่มีทางที่จะรวยที่สุดจากเหรียญนั้นๆ ได้เลย หรือเป็นไปได้ยากมากๆ สุดท้ายแล้ว เจ้าของเหรียญ (ผู้ก่อตั้งหรือสร้างเหรียญนั้นขึ้นมา) ก็มักจะเป็นคนที่กอบโกยผลประโยชน์มากที่สุด ผมเคยลงทุนในคริปโทแล้วก็ขาดทุนหลายแสนบาท และก็ไม่เคยคิดที่จะกลับไปเล่นคริปโทอีกเลย ถ้าผมจะกลับเข้าไป ผมจะไม่เป็นนักเก็งกำไร (trader) แต่จะเป็นนักธุรกิจหรือผู้ริเริ่มธุรกิจ (business owner) โดยมีสร้างสินค้าอย่างหนึ่งขึ้นมา ซึ่งจะเป็นผู้นั้นจะเป็นผู้ที่มักได้ผลประโยชน์สูงสุดหรือเป็นผู้อยู่ต้นน้ำของธุรกิจนั้นเอง
-

ทำไมคนส่วนใหญ่เล่นหุ้นแล้วมักขาดทุน
ผมจำได้แม่นเลยว่าครั้งแรกที่ผมเริ่มรู้จักการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยเมื่อหลังผมสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีตอนอายุ 22 ปี ซึ่งเป็นช่วงน้ำท่วมกรุงเทพฯ พอดี ประมาณเดือนกันยายน – พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เนื่องจากว่าช่วงนั้นผมยังไม่ได้ทำงาน ประกอบกับพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง และเป็นช่วงมวลน้ำกำลังเข้าท่วมกรุงเทพ ไม่สามารถเดินทางออกนอกบ้านได้สะดวก (แต่โชคดีที่น้ำยังไม่เข้าบ้าน) ในขณะที่หลายๆ บ้าน น้ำได้เข้ามาสูงเกือบเข่า แต่บ้านผมยกสูงและอยู่บริเวณพื้นที่สูงในซอยหมู่บ้าน จึงทำให้น้ำไม่เข้าบ้าน ในช่วงเวลานั้นเอง ผมก็ค่อนข้างว่างมาก จึงมีเวลาศึกษาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยว่าหุ้นตัวไหนบ้างน่าสนใจ แต่ผมก็รู้สึกแปลกใจมากว่าทำไมช่วงน้ำท่วมหุ้นหลายตัวถึงขึ้นยกแผง ทั้งๆ ที่น้ำท่วมทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต่อมาผมจึงเข้าใจว่าคนไทยที่ไม่รู้จะทำอะไรได้ซื้อ-ขายหุ้นในช่วงนั้นจึงทำให้หุ้นหลายตัวปรับขึ้น ถึงแม้จะไม่ปัจจัยหรือเหตุผลของการขึ้นก็ตาม ช่วงนั้น ผมก็ไล่ซื้อ-ขายหุ้นหลายตัวที่ดูแล้วค่อนข้างอยู่ในขาขึ้น เช่น PTT, IVL, INTOUCH, BBL, SCB, ADVANC และหุ้นอื่นๆ อีกมากมาย ผมซื้อหุ้นผ่านแอป Streaming โดยที่ผมก็นั่งดูการเคลื่อนไหวของหุ้นแต่ละตัวตลอดทั้งวัน ผมมักเข้าซื้อหุ้นช่วงเช้าและขายช่วงเย็น โดยผมสามารถทำกำไรจากการซื้อ-ขายหุ้นระยะสั้นได้ประมาณหมื่นต้นๆ เท่านั้น ไม่ว่าใครที่เล่นหุ้นช่วงนั้นก็คงได้กำไรเช่นกัน เพราะหุ้นหลายตัวปรับขึ้นทั้งนั้น แต่พอระดับน้ำเริ่มลดลง หุ้นหลายตัวในตลาดหุ้นไทยก็ทยอยปรับตัวลงเช่นกัน อันที่จริงก็รู้สึกว่าแปลกดีเหมือนกันนะครับ 555 จากประสบการณ์ที่ผมได้เคยซื้อ-ขายหุ้น (trader) ในระยะสั้นจนถึงปัจจุบันนั้น…
-

ทำไมคนอื่นถึงเห็นต่างจากเรา
ทุกคนคงเคยเห็นหลายๆ เหตุการณ์ของความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นคนที่สนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโจมตีพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงาน คู่ชีวิต หรือญาติพี่น้องก็ตาม ซึ่งการกระทำดังกล่าวเกิดจากการสั่งการของจิตใต้สำนึก (subconscious mind) การกระทำ (action) ของมนุษย์ย่อมเกิดมาจากระบบความคิด ความเชื่อ และความเป็นตัวตน (identity) ของบุคคลนั้นๆ หรือเรียกกันว่า Mind creates behavior ดังนั้น ความคิดกับการกระทำย่อมมีความสัมพันธ์กัน กล่าวคือ สมองคิดจะทำการสิ่งใด การกระทำย่อมสอดคล้องกับความคิดดังกล่าว แต่ถ้าบุคคลนั้นเจอสถานการณ์หนึ่งที่ขัดแย้งกับความคิดของตน ภาษาอังกฤษเราเรียกว่า cognitive dissonance เมื่อความคิด ความเชื่อ ที่เราสั่งสมมาหลายปีได้ถูกท้าทายกับความคิดแนวใหม่ คนส่วนใหญ่มักค้นหาเหตุและผลเพื่อรองรับกับความคิดหรือการกระทำของตนเพื่อความอยู่รอด (survival) ยกตัวอย่างเช่นบริษัทโนเคียที่เคยโด่งดังในยุคมือถือแบบมีปุ่มกด เมื่อโนเคียเห็นการเปิดตัวมือถือ iPhone แล้ว โนเคียไม่เชื่อว่า iPhone จะสามารถอุตสาหกรรมมือถือให้เป็นแบบ touch screen ได้ พร้อมทั้งสามารถเล่นอินเตอร์เน็ตและฟังเพลงได้เหมือน iPod อาจจะเป็นเพราะโนเคียมีความเชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป (อัตตา) และไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงกับคลื่นลูกใหม่ๆ ที่กำลังจะเปลี่ยนโลก อันที่จริงแล้ว นวัตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นภายในชั่วค่ำคืน แต่มีการเปลี่ยนแปลงที่เราไม่ได้สังเกตทีละเล็กละน้อย แต่ถ้าเรามองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่รอบข้างด้วยความอยากรู้อยากเห็น (stay…
-

ผมเคยใช้แอปหาคู่ แล้วก็ถูกหลอกให้ลงทุน
ผมเชื่อว่าทุกคนเคยถูกหลอกไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้ซื้อสินค้าที่ให้สรรพคุณเกินจริง หลอกให้ทำธุรกิจ หรือหลอกให้ลงทุนก็ตาม ผมเองก็เกือบถูกหลอกแล้วเช่นกัน แต่ผมก็เอะใจอยู่ว่ากำลังจะถูกหลอกให้เข้าแล้ว เพียงแค่เราประเมินสถานการณ์อย่างมีสติและไม่ใช้ความรู้สึกมาปิดบังสมองด้านการสั่งด้านหลักการและเหตุผล ทุกคนคงเคยเหงากันบ้าง ผมก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆ ในเรื่องความรัก ผมเชื่อว่าเราต้องได้เห็นหน้าซึ่งกันและกันก่อน ได้ลองพูดคุย ทำความรู้จักเบื้องต้น นัดไปเดทครั้งแรก ศึกษานิสัยใจคอว่าเข้ากันได้หรือไม่ ถ้าทั้งสองฝ่ายยอมรับข้อดี-ข้อเสียซึ่งกันและกันได้ ถ้าผ่านจากจุดนี้ก็อาจจะลองเปิดใจคบกันเป็นแฟนกัน ในช่วงเวลาเหงาๆ อยากจะลองเปิดใจคุยกับคนที่ไม่รู้จักมาก่อน ผมเคยได้ยินว่ามีแอปหาคู่ชื่อดัง ผมก็ลองจ่ายเงินให้แอปดังกล่าวเพื่อให้สาวๆ เห็นโปรไฟล์ผมมากขึ้น เมื่อแอปได้จับคู่ให้แล้ว ผมก็ลองทักไปหาสาวหลายๆ คน หลายคนก็ไม่ค่อยตอบแชท แต่ก็มีสาวคนหนึ่งตอบแชทไวมาก ผมก็ลองพูดคุยกันจนถูกคอเลยทีเดียว ผมถามสาวคนนั้นว่าอยู่ที่ไหน เธอก็ตอบว่าอยู่แถบอีสาน (ผมเองก็ลืมไปแล้ว 555) ตลอดจนเรื่องอาหารการกิน กิจกรรมอดิเรก การท่องเที่ยว และมีการส่งรูปให้ดูว่ากำลังทำอะไรอยู่ด้วย เราก็คุยกันได้สักสองอาทิตย์ พอผมขอวิดีโอคอลด้วย สาวคนนั้นก็ปิดไฟคอลคุยกัน ผมก็มองไม่ชัดว่าเธอหน้าตามเป็นอย่างไร แต่ผมก็เห็นภาพลางๆ ว่าไม่ใช่ผู้หญิงที่เห็นในโปรไฟล์แม้แต่น้อย และบุคคลดังกล่าวเหมือนเป็นคนต่างชาติ (อาจจะเป็นกัมพูชา) โดยสถานที่อยู่บริเวณร้านเหล้า เราก็คุยกันไปสักพักหนึ่ง เมื่อสาวคนนั้นเชื่อว่าผมอาจจะหลงรักเธอเข้าแล้ว ต่อมา สาวคนนั้นก็เริ่มชักชวนให้ผมลงทุน โดยสามารถดาวน์โหลดแอปได้จากทั้งบน play store และ app store…