ขอปฏิญาณตนว่าจะเขียนวันละหนึ่งบทความ

ผมมีความเชื่อเสมอว่าคนที่เป็นนักพูด นักคิด นักปรัชญา นักเขียน หรือ content creator ที่ดีได้นั้น มักมีพื้นฐานจากการเขียนทั้งสิ้น นอกจากการเขียนจะเป็นการสื่อสารทางความคิดจากนักเขียนไปสู่ผู้รับสารแล้ว การเขียนยังคงเป็นการเรียบเรียงข้อมูลที่อยู่ในที่อยู่ในหัวของเราที่กระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมดให้มีระเบียบและระบบมากยิ่งขึ้น

การเขียนในบทความต่อๆ ไปนับจากนี้ ผมจะขอเขียนเกี่ยวกับข้อคิดหรือบทเรียนที่ผมได้รับจากชีวิตจริง หรือทฤษฎีดีต่างๆ ที่น่าสนใจจากการอ่านหนังสือก็ดี จากการดูสื่อออนไลน์ก็ดี หรือจากประสบการณ์ในชีวิตจริงก็ดี โดยนำบทเรียนดังกล่าวมาเขียนเป็นบทความสั้นๆ ให้ผู้อ่านบนเว็บไซต์ Dataenergize ได้อ่านกันนะครับ

ก่อนอื่น ผมขอสารภาพตามตรงว่าผมไม่เคยชอบการเขียนเลย ไม่รู้ว่าจะเขียนไปเพื่ออะไร เขียนไปทำไม และเขียนไปแล้วได้ประโยชน์อะไร สิ่งที่ทำให้ผมเริ่มเปลี่ยนทัศนคติด้านการเขียนไปโดยสิ้นเชิงนั้นก็คือ แอดทอยจากเพจ Datarockie ที่ให้ปรัชญาที่ว่า – เรียน เขียน และแชร์ โดยกระบวนการดังกล่าวทำให้เราเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น (mastery)

ผมเริ่มเขียนไดอารี่แบบจริงๆ จังๆ ได้ไม่นาน เมื่อปีวันที่ 18 กันยายน 2567 จนถึงปัจจุบันก็ 3 เดือนกว่าแล้ว สิ่งที่ผมได้กลับมานั้นถือว่าคุ้มค่ามาก ผมสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันของผมได้ดียิ่งขึ้น เหตุการณ์ต่างๆ ในแต่ละวันสามารถร้อยเป็นเรื่องราวในแต่ละวันได้น่าสนใจ ซึ่งผมได้เก็บ moment ดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของผม ที่มีทั้งสุข ทุกข์ ดีใจ เสียใจ ความรัก อกหักเป็นอย่างไร เป็นต้น

ไดอารี่ที่ผมให้สัญญาว่าจะเขียนในทุกๆ วัน และได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ Steal Like An Aritist – Austin Kleon

ถึงแม้บางวันผมอาจะไม่ได้เขียนไดอารี่บ้าง (เช่นวันปีใหม่ 31 ธันวาคม 2567) แต่ในวันถัดไป ผมก็จะรีบกลับมาเขียนเรื่องราวของชีวิตของวันนั้นๆ ว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้ผมประทับใจในวันดังกล่าว

ส่วนรูปแบบโครงสร้างที่ผมเขียนลงไปนั้น ผมจะไม่เขียนเรื่องราวโดยทั่วๆ ไปเช่นผมกินอะไร ไปที่ไหน คุยกับใคร แต่ผมจะเขียนว่าเรื่องราวหรือเหตุการณ์อะไรที่ทำให้ชีวิตหรือความคิดของผมเปลี่ยนไป (climax) หรือที่เราเรียกกันว่า storytelling